Health

  • กินอย่างไร ให้ปลอดภัยและห่างไกลโควิด-19จริงหรือไม่?
    กินอย่างไร ให้ปลอดภัยและห่างไกลโควิด-19จริงหรือไม่?

    ในช่วงที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด เรื่องการรับประทานอาหาร แนะนำให้ทำอาหารทานเองที่บ้าน เพื่อความสะอาด ปลอดภัย และสบายใจกว่าสั่งอาหารมาทาน อีกทั้งยังเป็นการลดหรือรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งการทำอาหารทานเองนั้น ก็ต้องระมัดระวังในแต่ละ

    1. ในพื้นที่ที่กำลังมีไวรัสระบาด เราก็ยังสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ได้ ถ้ามีการปรุงสุกอย่างทั่วถึงและจัดเตรียมอย่างถูกต้องเหมาะสม
    2. ให้ใช้เขียงและมีด แยกกันระหว่างอาหารที่ปรุงสุกและเนื้อดิบ
    3. ให้ล้างมือทุกครั้ง ระหว่างที่เตรียมเนื้อดิบสลับกับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว
    4. ต้องแน่ใจว่า เนื้อสัตว์ที่นำมาประกอบอาหารไม่ป่วยหรือตายจากโรค

    กินอย่างไร ให้ปลอดภัยและห่างไกลโควิด-19จริงหรือไม่?

    ** ทั้งนี้ ให้เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และคุณค่าทางอาหารอยู่เสมอนะคะ เพื่อช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ **

    ขั้นตอนการทำอาหาร ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้ดังนี้

    หากไม่สะดวกทำอาหารเอง หรือจำเป็นต้องสั่งอาหารมาทาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่คนขายใช้มือสัมผัส แล้วไม่ผ่านความร้อนต่อ หรืออาหารเมนูที่มักจะไม่ใช้ช้อนกลาง ในช่วงนี้ให้ตระหนักไว้ว่าควรใช้ช้อนกลางของตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสจากการทานอาหารกับผู้อื่น ตัวอย่างเมนูที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้

    1. ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู แม้ว่าเนื้อสัตว์ ไก่ หรือหมู จะถูกทำให้สุกแล้ว แต่ช่วงที่คนขายใช้มือจับ และหั่นใส่กล่อง อาจทำให้เชื้อโรคติดมากับมือคนขายก็ได้ หากร้านนั้นใช้มือเปล่าหรือไม่ได้ใส่ถุงมือ
    2. เมนูยำ น้ำตก ลาบ หรือส้มตำ แต่แนะนำว่าช่วงนี้ควรงดไปก่อนดีกว่า เพราะส้มตำไม่ได้ผ่านความร้อนเลย แถมยังเป็นเมนูที่ต้องใช้มือหยิบจับวัตถุดิบ อาจทำให้เชื้อโรคติดมากับมือของคนขาย และครกที่ใช้ตำ หรือภาชนะที่ใช้ยำ หากใช้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ก็อาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคได้ อีกทั้งยังเป็นเมนูที่มักจะล้อมวงทานกันหลาย ๆ คน ก็มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสจากคนที่ทานอาหารร่วมกันด้วย
    3. ก๋วยเตี๋ยวหลอด ก๋วยเตี๋ยวลุย ปอเปี๊ยะสด ถึงแม้ส่วนประกอบของเมนูนี้จะมีการทำสุกมาแล้ว แต่เมื่อคนขายเอาส่วนประกอบทั้งหลายมาห่อเป็นไส้ ก็ต้องใช้มือในการหยิบจับอยู่ดี หากร้านไหนไม่ได้ใส่ถุงมือ ก็เสี่ยงที่จะทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนมาในอาหารได้
    4. สลัดผัก เป็นอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนเลย ต้องทานแบบเย็น เพื่อคงความสดของผัก หากร้านที่ล้างผักสลัดไม่สะอาดเท่าที่ควร เชื้อไวรัสที่อาจปนเปื้อนมากับผัก ก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้
    5. ชาบู หม้อไฟ ปิ้งย่าง เมนูนี้อาจไม่ได้สั่งมาทาน แต่อาจหาซื้อเนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบมาทำทานกันเองที่บ้าน แต่ก็ไม่แนะนำเพราะเป็นเมนูที่ต้องล้อมวงกินกันหลาย ๆ คน แบบนี้ก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสได้เหมือนกัน

    ทั้งนี้ทั้งนั้น หากร้านอาหารที่มีการป้องกันที่ดี เช่น ใส่ถุงมือ ใส่หน้ากาก ในช่วงที่ประกอบอาหาร หรือล้างมือให้สะอาดอยู่ตลอด หรือเราเลือกสั่งอาหารจากร้านที่ถูกหลักอนามัย ก็สามารถทานอาหารเมนูด้านบนนั้นได้เหมือนกัน

    **ที่สำคัญอย่าลืม!! กินร้อน ช้อนกลางส่วนตัว และล้างมือบ่อย ๆ **

    ข้อมูลจาก https://docs.google.com/

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  www.freddypink.com

Economy

  • เอกชนแนะภาครัฐ หนุนข้อมูล-ตั้งหน่วยประสานงานธุรกิจ
    เอกชนแนะภาครัฐ หนุนข้อมูล-ตั้งหน่วยประสานงานธุรกิจ

    เอกชนแนะภาครัฐ หนุนข้อมูล-ตั้งหน่วยประสานงานธุรกิจ

    กรุงเทพฯ 26 พ.ค.-ประธานหอการค้าฯ เผยไทยมีโอกาสการค้าสูงหลังเยือนซาอุฯ หลายแนวทางเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนได้ แนะภาครัฐสนับสนุนข้อมูลด้านการค้าการลงทุนเพื่อให้เอกชนไทยเตรียมตัว พร้อมตั้งหน่วยประสานงานธุรกิจ

     

    นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากการนำคณะนักธุรกิจร่วมคณะเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียกับรัฐบาล เมื่อวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ว่า สภาหอการค้าฯ ได้จัดการประชุม โดยเชิญผู้ประกอบการทั้ง 38 บริษัท ที่ร่วมคณะเดินทาง หารือถึงความคืบหน้าในการเจรจาธุรกิจกับภาคเอกชนซาอุดิอาระเบีย รวมถึงโอกาสที่แต่ละบริษัทเห็นจากการจากการเข้ารวมคณะศึกษาดูงาน และการทำ Business Matching กับนักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและ Wellness ได้รับการตอบรับและมีการเจรจาธุรกิจมากกว่าธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งความต้องการจากซาอุดิอาระเบีย มีทั้งการเชิญชวนไปร่วมลงทุน ทั้งในธุรกิจโรงแรมและโรงพยาบาล การจัด Course training ให้กับบุคลากรในธุรกิจ Wellness

    รวมทั้งการตอบรับที่ดีในการมารักษาพยาบาลในไทย ทั้งนี้ โอกาสในการทำเรื่อง Medical hub และสินค้าสุขภาพ ก็ยังเปิดกว้าง โดยทางซาอุฯ ต้องการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการจากไทยอีกด้วย

    นอกจากนั้น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากฝ่ายซาอุฯ เป็นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องของซาอุฯ จึงมีโอกาสทั้งการส่งออกและการร่วมทุนทำธุรกิจระหว่างกัน

    สำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร

    เอกชนแนะภาครัฐ หนุนข้อมูล-ตั้งหน่วยประสานงานธุรกิจ

    โดยปกติจะเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกไปที่ซาอุดิอาระเบียอยู่แล้ว แต่การเดินทางไปครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนซาอุฯ รู้จักประเทศไทยมากขึ้น

    ทั้งอาหารฮาลาล อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และผลไม้ไทย ทำให้มีบริษัท Trading มาติดต่อเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โดยสินค้าที่เป็นที่ต้องการจากซาอุฯ อาทิ ไก่ ปลา กุ้ง อาหารสัตว์ น้ำมะพร้าว รวมถึงอาหารไทย และข้าวไทย ซึ่งควรมีการทำการตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์บางอย่างยังถูกห้ามนำเข้าอยู่ จึงเป็นความพยายามที่ภาครัฐต้องหาทางเจรจาผ่อนคลายสินค้าต่อไป รวมไปถึงการทำ FDA และการขอ อย.ด้วย

    นอกจากอาหารคนแล้ว อาหารสัตว์เลี้ยงก็เป็นสินค้าที่ซาอุฯ สนใจ เนื่องจากเลี้ยงแมวเยอะ ส่วนธุรกิจสายการบิน ก็มีการศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างกัน ธุรกิจศูนย์การค้า Shopping Mall ทางซาอุฯ ก็ให้ความสนใจไม่แพ้กัน

    ในขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และสี ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจ

    ซึ่งมาจากการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องของซาอุฯ จึงมีโอกาสทั้งการส่งออกและการร่วมทุนทำธุรกิจระหว่างกัน ทั้งการสร้าง SMART CITY การออกแบบอาคารและเมือง เรื่อง supply สินค้าต่าง ๆ เช่น Solar Cell เป็นต้น ส่วนบริษัทด้านเทคโนโลยี ก็มีการคุยกันถึง Telemedicine, Gaming และ IOT platform ของ SMART City ร่วมกัน ‘

    โดยจะมีการศึกษาในรายละเอียดและกฎระเบียบต่าง ๆ ร่วมกันต่อไป ด้านแรงงานในภาพรวม ซาอุดิอาระเบียต้องการแรงงานของไทยไปทำงานในหลายสาขา ตั้งแต่ ผู้บริหารโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล แรงงานฝีมือในการก่อสร้าง และยานยนต์ ซึ่งเป็นโอกาสของนักศึกษาสายอาชีวะที่จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยเร็วๆนี้ จะมีนักธุรกิจซาอุฯ

    เดินทางมาเยี่ยมชมโรงงานในประเทศไทยต่อไป อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้มีการเชิญนักธุรกิจซาอุฯ ที่สนใจมาดูโรงงานผลิตรถ BEV ของไทย รวมทั้งยังสนใจรถดัดแปลงต่าง ๆ ซึ่งจะมีการส่งช่างมาอบรมที่ประเทศไทยด้วย ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งจะมีการประสานงานกับภาคเอกชนกันอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือดังกล่าว มีทั้งการนำเข้าสินค้าจากซาอุฯ และการส่งออกสินค้าของไทย เช่น ธุรกิจอัญมณี ก็มีการออกแบบและเจรจาร่วมกันบ้างแล้ว

    “ในเบื้องต้นประเมินว่า โอกาสในการทำการค้าระหว่างกันภายในปีนี้ จะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ที่จะมีเม็ดเงินจำนวนมากเข้ามายังประเทศไทย

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคเอกชนไทยต้องการเพิ่มเติม คือ ข้อมูล ทั้งข้อมูลกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก กฎระเบียบที่เกี่ยวกับการลงทุน และการรับรองมาตรฐานสินค้า ข้อมูลการซื้อสินค้าในเชิงลึกที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

    ดังนั้น จึงขอให้ภาครัฐของไทยเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวให้กับภาคเอกชนด้วย เพื่อให้ภาคเอกชนมีข้อมูลก่อนการเดินทางไปเจรจาธุรกิจ นอกจากนั้น ยังขอให้ตั้ง focal point ฝ่ายไทยประจำที่ซาอุดิอาระเบีย เพื่อทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนซาอุฯ อีกด้วย” นายสนั่น กล่าว